รู้จัก ‘ล็อกดาวน์’ ก่อนล็อกจริง! กับความเป็นไปได้ ‘ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ’

750x422 947691 1625690080 - รู้จัก ‘ล็อกดาวน์’ ก่อนล็อกจริง! กับความเป็นไปได้ ‘ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ’

จับตาคำสั่ง “ล็อกดาวน์” จะมีจริงไหม แล้วจะ “ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ” หรือเปล่า? หลังโควิดไทยสุดวิกฤติ ยอดติดเชื้อพุ่งครึ่งหมื่นต่อวัน “กรุงเทพธุรกิจ” ชวนเปิดปมปัจจัยสำคัญ พร้อมย้อนดูมาตรการ “ล็อกดาวน์ 2563” เข้มข้นแค่ไหน ใครกระทบบ้าง?

 

162568294888 - รู้จัก ‘ล็อกดาวน์’ ก่อนล็อกจริง! กับความเป็นไปได้ ‘ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ’

สถานการณ์โควิด-19 ในไทยยังอยู่ขั้นวิกฤติ กระทั่งใจความสำคัญ “ล็อกดาวน์” ถูกหยิบมาถกอย่างเอาจริงเอาจัง ล่าสุด ศบค. เอง โดยช่วงวันที่ 7 เดือนกรกฎาคม64 พล.อ.ณัฐพล นาคการซื้อขาย เลขาธิการที่ประชุมความมั่นคงยั่งยืนแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศปก.ศบค. ก็ออกมาสารภาพถึงกระแสข่าวรวมทั้งความน่าจะเป็นไปได้ โดยอาจเป็นไปได้อีกทั้งการ “ล็อกดาวน์เฉพาะจุด” คือ ใน 10 จังหวัดสีแดงเข้ม พื้นที่ควบคุมสูงสุดรวมทั้งครัดเคร่ง หรือบางครั้งก็อาจจะ “ล็อกดาวน์ทั่วทั้งประเทศ” ก็สามารถเกิดขึ้นได้เพื่อให้ควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพียงความเข้มของมาตรการ อาจลดหลั่นกันลงไปตามเหตุจำเป็นแต่ละพื้นที่
ขณะเดียวกันนี้ พล.อ.ณัฐพล ยังแจกแจงให้เข้าใจตรงกันเพราะว่า แบบไหนที่เรียกว่า “ล็อคดาวน์” ตามมุมมองของรัฐบาล
“ต้องเข้าใจคำว่าล็อกดาวน์ดีๆว่ามีความหมายว่ายังไง เมื่อตอน เม.ย.63 โน่นคือการล็อกดาวน์ แม้กระนั้นต่อไปไม่ใช่การล็อกดาวน์ เป็นการปิดกิจการ จำกัดการย้ายที่”
พร้อมการันตีว่า มิได้เลี่ยงการใช้คำว่า ล็อกดาวน์ แม้กระนั้นต้องแจ้งชัด
“คำว่า ‘ล็อก’ คือไม่ให้ไปไหน ครั้งหลังๆมาเราก็สามารถให้ไปไหน มาไหนได้ แม้กระนั้นเมื่อใดที่จะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์จริงๆล็อกดาวน์บางช่วงเวลา หรือล็อกดาวน์บางพื้นที่ ต้องแจ้งชัด ซึ่งล็อกดาวน์จริงๆนิยามของ ศบค. คือ เม.ย.2563 แม้กระนั้นถ้าหากต่อไป เป็นการน้อยลงไม่เต็มรูปแบบ”
ระหว่างที่สังคมยังคงรอลุ้นว่า ประเทศไทยจะมาถึงการ “ล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ” หรือ “ล็อกดาวน์ทั่วทั้งประเทศ” รอบสองไหมนั้น “กรุงเทวดาธุรกิจออนไลน์” ชวนไปดูกันว่า จำเป็นเพียงใด เมื่อเทียบกับสถานการณ์การระบาดของโควิดวันนี้ในประเทศไทย

• 6 ปัจจัยสำคัญ ทำไมไทยต้อง “ล็อกดาวน์”
ก่อนที่จะไปพูดถึงว่า ไทยจำเป็นต้องล็อกดาวน์ไหม หรือยังไง เราต้องมาดูความซีเรียสของสถานการณ์การระบาดของโควิดในไทยกันเสียก่อน ซึ่งในเรื่องนี้สามารถแบ่งเป็น 6 ประเด็นหลักๆเป็นต้นว่า
1. ปริมาณการฉีดยาต่ำ โดยปริมาณผู้ได้รับการฉีดยาคุ้มครองโควิด-19 “เข็มแรก” เพียงแค่ 16.5% ของจุดหมาย 50 ล้านราย ซึ่งเป็นเกณฑ์การผลิตภูมิต้านทานกลุ่ม หรือถ้าหากนับรวมราษฎรทั่วทั้งประเทศ 70 ล้านคน มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วเพียงแค่ 11.77% เท่านั้น (ข้อมูลที่ได้มาจากศบค. ณ วันที่ 7 เดือนกรกฎาคม64)
2. ความร้ายแรงของโควิดสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ซึ่งตอนนี้กำลังยึดไทย เป็นเชื้อที่ติดง่ายดาย รวมทั้งอาการร้ายแรง โดยการทำให้คนเจ็บอยู่ในสภาวะออกสิเจนต่ำลงยิ่งกว่าปกติเร็วขึ้น ปอดอักเสบเร็วขึ้น
ตอนที่สายพันธุ์ “อัลฟ่า” (อังกฤษ) เดิมใช้เวลา 7-10 วันถึงเปลี่ยนเป็นปอดอักเสบ ต้องใช้ออกสิเจน ไฮโฟลว์ เครื่องที่ใช้สำหรับในการช่วยหายใจ แม้กระนั้นสายพันธุ์ “เดลต้า” (อินเดีย) ใช้เวลา 3-5 วัน เอามาสู่ความวิกฤติเรื่องเตียงไม่พอ โดยยิ่งไปกว่านั้นเตียงผู้ป่วยหนัก ICU ซึ่ง “ตึง” มากรวมทั้งก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบสาธารณสุขในรูปภาพรวม
3. ปริมาณผู้ติดโรคอาจพุ่งถึงระดับหมื่นคนต่อวัน ถ้าหากดูจากตัวเลขผู้ติดโรครายวัน จะพบว่า มีลักษณะท่าทางพุ่งสูง ทำนิวไฮต่อเนื่อง โดยผู้ติดโรค ณ วันที่ 7 เดือนกรกฎาคม64 มากถึง 6,519 ราย
ในทางของการระบาด ระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์ทุกวันที่ 7 เดือนกรกฎาคม ได้เผยตัวเลขคาดคะเนการระบาดในวันที่ไทยกำลังจัดการกับโควิด “สายพันธุ์เดลต้า” ว่า จะมีการเพิ่มจำนวนผู้ติดโรค 2 เท่า ข้างใน 2 สัปดาห์ รวมทั้งได้โอกาสขึ้นไปถึง 10,000 รายต่อวันในสัปดาห์หน้า